วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ปริศนาภาพวาดโมนา ลิซ่า

 ปริศนาภาพวาดโมนา ลิซ่า (Mona Lisa) 



       กว่า 500 ปีมากแล้วกับคำถามที่ว่า โมนา ลิซ่า (Mona Lisa) นั่นเป็นใคร ซึ่งยังเป็นปริศนา และยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนและแน่นอน ว่าบุคคลในภาพเขียนของ ลีโอนาร์
โด ดา วินซี่ (Leonardo da vin Ci 1452-1519) คือใครกันแน่ ภาพนี้วาดขึ้นราวๆ ค.ศ. 1503-1506 โดยแฝงรอยยิ้มที่ลึกลับ น่าเคลือบแคลง ไปด้วยปริศนามากมายลง
บนใบหน้าของ โมนา ลิซ่า ให้ผู้คนได้นึกคิด จินตนาการกันไปต่างๆ นานา ยาวนานถึง 5 ศตวรรษ จวบจนกระทั่งปัจจุบัน คำถามที่ผู้คนสงสัย และได้ค้นคว้าหาคำตอบกันอย่างมากมาย ก็คือ โมนา ลิซ่า คือใคร?

         ตามคำบอกเล่าของ "จิออร์โอ วาซารี" (Giorgio Vasari 1511-1574) จิตรกร สถาปนิก และ ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับศิลปะในสมัยนั้น เขากล่าวไว้ว่า โมนา ลิซ่า ก็คือภรรยาของ ฟรานเชสโก เดล จิโอกอนโด ซึ่งเป็นพ่อค้าไหมที่มั่งคั่งแห่ง เมืองฟลอเรนซ์ ขณะที่ ดาวินซี่ เขียนภาพนี้ซึ่งได้ใช้เวลานานถึง 4 ปี เขาได้ไปว่าจ้าง นักร้อง นักดนตรี และตัวตลกมาให้ความบันเทิงแก่หญิงงามผู้เป็นแบบของ ภาพเขียน เพื่อให้เธอมีรอยยิ้มที่ปราศจากความเศร้าหมอง อย่างไรก็ตามจากคำ บรรยายของ วาซารี ก็เป็นเพียงข้อมูลจากผู้ที่ไม่เคยเห็นภาพเขียนนี้ของ ลีโอนาร์โด แต่อย่างใด

         จากหลักฐานอีกแหล่งหนึ่งจาก "อันโตนิโอ เดอ เบอาทิส" ผู้บันทึกปากคำของ ลีโอนาร์โดใน ค.ศ. 1517 ว่าผู้เป็นแบบในภาพคือสตรีชาว ฟลอเรนซ์ และ จูลีอาโน เดอ เมดิซี่ เป็นผู้ว่าจ้างให้เขียนภาพนี้ จากการที่ ไม่มีหลักฐานปรากฎที่แน่ชัดว่า ใครเป็นแบบให้กับ ลีโอนาร์โดวาดภาพนี้ จึงทำให้มีการตั้งข้อสันนิษฐานกันไป ต่างๆ นานา ไม่ว่าจะ -เป็น บุคคลใน ภาพอาจเป็น คอนสตันซ่า คาวารอส หรืออาจจะเป็น อิสซาเบลลา เดสเต ผู้อื้อฉาว หรืออาจเป็นภรรยาลับของ จูลีอาโน เดอ เมดิซี่ ทั้งนี้ ก็เพราะได้ปรากฎว่า มีโม
นา ลิซ่า (เปลือย) หลายภาพในศตวรรษที่ 16 ซึ่งเป็น ที่โด่งดังมากกับภาพเปลือยของสาวผู้นี้

         นอกจากนี้จากการที่ลีโอนาร์โดเองมีชื่อที่ถูกกล่าวขานกันว่าเขาเป็นพวก รักร่วมเพศ จึงเกิดการสันนิษฐานว่า โมนา ลิซ่า ไม่ใช่ผู้หญิงแต่เป็นภาพเหมือนจำแลง เพศของเด็กหนุ่มรูปงามคนใดคนหนึ่ง ซึ่งศิลปินมักเลี้ยงไว้ติดสอยห้อยตามในสตูดิโอ บ้างก็มีการนำภาพเหมือนของ ลีโอนาร์โดมามาเปรียบเทียบกับภาพของ โมนา ลิซ่า แล้วก็สรุปเอาดื้อๆว่าภาพเขียนอันลือชื่อนี้แท้ที่จริงคือ ภาพของ ลีโอนาร์โด ดาวิน ซี่ เองที่แปลงกาย แต่งตัวเป็นสตรีเพศ ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่สนับสนุนทฤษีนี้ยังกล่าวเสริม ต่อไปว่า ลายปักขดเชือกที่รอบคอเสื้อของ โมนา ลิซ่า คือลายเซ็นลับของ ดาวินซี่เอง เพราะในภาษาอิตาเลี่ยนคำว่า "ขดเชือก" จะตรงกับคำว่า "วินชีเร่" (Vincire)

         แม้ว่าบุคคลในภาพ โมนา ลิซ่า ยังเป็นสิ่งที่ถกเถียงกันอยู่ แต่ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ครอบครองภาพนี้ยังพอมีข้อมูลอยู่บ้าง นั่นก็คือ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ลีโอนาร์โด ไม่ยอมพรากจากภาพเขียนนี้ และเขาได้นำติดตัวพร้อมกับทรัพย์สินสินมีค่าอื่นๆที่เขารัก หวงแหน ออกจากกรุงโรมเมื่อครั้งเดินทางมาที่ฝรั่งเศสเพื่อเป็นศิลปินแห่งราชสำนักของพระเจ้าฟรานซิสที่ 1 (ค.ศ. 1479-1547) ใน ค.ศ. 1517 ด้วยเหตุนี้เอง ผู้ครอบครองภาพ โมนา ลิซ่า คนแรกก็คือกษัตริย์ฝรั่งเศส ซึ่งโปรดให้นำภาพไปประดับที่ห้องสรงในพระ
ราชวัง ฟองแตนโบล แต่เมื่อจักรพรรดินโปเลียนขึ้นครองราชย์ ภาพโมนา ลิซ่า จึงถูกย้ายมาพำนักในห้องพระบรรทม และมีชื่อเรียกอย่าง สนิทสนมว่า "มาดาม ลิซ่า"

         มุมมอง ทัศนะคติ และ ความคิดเห็นความรู้สึก ต่างๆ ที่มีต่อ Mona Lisa นั้นมีมากมายเหลือเกิน "จูลส์ มิเชอเลต์" ได้พรรณนาไว้ใน หนังสือประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสว่า "ภาพเขียนนี้ดึงดูดข้าพเจ้า พรํ่าเรียกข้าพเจ้า รุกรานข้าพเจ้า ซึมซาบเข้าไปในตัวข้าพเจ้า ข้าพเจ้าตรงลิ่วเข้าไปหาโดยไม่รู้สึกตัว ประดุจนกบินดิ่งเข้าไปในปากงูพิษ" นี่คือทัศ-
นคติต่อ Mona Lisa ในศตวรรษที่ 16 ที่มองความงามในแบบอุดมคติ แต่มุมมองจากนักวิจารณ์ในศตวรรษที่ 19 กลับมองไปอีกด้านหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มโรแมนติคส์ที่มองว่า โมนา ลิซ่า เป็นสตรีมรณะ (Femme fatale) หรืออีกนัยหนึ่งคือสตรีผู้ยื่นความตายแก่บุรุษ

         สำหรับ เธโอฟิล โกติเอร์ (Theophile Gautier) โมนา ลิซ่า มิได้เป็นสาวน้อยที่มี รอยยิ้มแสนหวานงามปานกลีบกุหลาบ ตามที่วาซารีเคยพรรณนาไว้แต่จะเป็นสาววัย สามสิบที่ร่องรอยแห่งเลือดฝาด และความสดใสแห่งชีวิตเริ่มที่จะอันตรธานหายไป สีของอาภรณ์ และผ้าคลุมผมของเธอ ซึ่งหมองคลํ้าเพราะกาลเวลา ทำให้เธอดูเหมือนหญิง หม้ายที่แฝงไว้ด้วยความทุกข์โศก

         อันที่จริงแล้ว ลักษณะรอยยิ้มของ โมนา ลิซ่า ที่มีการตีความไปต่างๆนานานั้น สามารถ พบเห็นได้ในภาพเขียนอื่นๆของ ดาวินซี่ เองเช่น รอยยิ้มที่แฝงความอ่อนโยนและการุณย์ ของเซนต์แอนน์ หรือพระแม่มารี หรือแม้กระทั่งรูปปั้นในยุคโบราณของกรีก ในศตรวรรษที่ 19 มีผู้เห็นว่าภายใต้รอยยิ้มยากที่จะหยั่งลึกของ โมนา ลิซ่า นี้กลับแฝงไว้ด้วย ปริศนาอมตะ แห่งอิสตรี ส่วนนักจิตวิเคราะห์อย่าง ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund freud) ก็ตีความหมายว่า "ลีโอนาร์โดหลงไหลรอยยิ้มของ โมนา ลิซ่า" เพราะมันคือสิ่งที่หลับไหล ภายในจิตใจ และความทรงจำในอดีตของเขาที่ผ่านมานานแล้ว รอยยิ้มนี้ถอดแบบพิมพ์ มาจากคาเตรีนาผู้ที่เป็นมารดา สำหรับนักสุนทรียศาสตร์อย่าง วอลเทอร์ เพ
เทอร์ (Walter Pater) พรรณนาไว้ว่า "เธอมีอายุแกกว่าหินผาที่ห้อมล้อมเธอ ประดุจหนึ่งปีศาจดูดเลือด เธอได้ตายมาแล้วหลายคราและหยั่งรู้ความลึกลับแห่งหลุมศพ"

         พอมาถึงต้นศตรวรรษที่ 20 ผู้คนรุ่นใหม่ๆ เกือบที่จะไม่ได้แสดงความคิดเห็น ความรู้สึก และทัศนคติต่อโมนา ลิซ่า เสียแล้ว เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1911 ในเวลา เช้าตรู่ข่าวการโจรกรรมภาพ Mona Lisa ออกจากพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ปรากฎต่อมวลชน ซึ่งกว่าจะค้นพบเธอ และจับกลุมผู้โจรกรรมได้ก็ต้องใช้เวลาถึง 2 ปี ปรากฎว่าคนที่โจร- กรรมโมนา ลิซ่าไป ก็คือคนที่ทำความสะอาดในพิพิธภัณฑ์นั่นเอง สถานที่ค้นพบ โมนา ลิซ่า นั้นก็คือเมือง ฟลอเรนซ์บ้านเกิดของเธอนั่นเอง ในปัจจุบันนี้โมนาลิซ่าได้รับการ ทะนุถนอมเป็นอย่างดี ในตู้กระจกปรับอากาศและกันกระสุน ซึ่งไม่มีใครที่จะสามารถลักพาตัวเธอได้อีกต่อไป มีสิ่งที่น่าสังเกตุก็คือ ตั้งแต่การหายลึกลับของ โมนา ลิซ่าเป็นระยะเวลายาวนานในคราวนั้น มีผู้ที่ไปดูโมนา ลิซ่าบางคนบอกว่า รอยยิ้มของเธอนั้นเปลี่ยนไป โดยที่ตั้งข้อสงสัยว่า เธออาจไม่ใช่ โมนา ลิซ่า ตัวจริง

         เมื่อปี ค.ศ. 1974 โมนาลิซ่าถูกนำไปแสดงที่กรุง มอสโก และโตเกียว โดยเฉพาะที่ โตเกียวมีผู้คนมาเข้าแถวชมเพื่อยลโฉมเธอถึง 2 ล้านคนในช่วงเวลาแค่ 3 เดือน

ที่มา : http://school.obec.go.th/nkwy/tiplearn/old/pages/monalisa.htm

วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554

9 ข้อง่ายๆ เคล็ดลับสมองดีไม่มีเดี้ยง

1. จิบน้ำบ่อย ๆ
สมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยวซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ

2. กินไขมันดี
คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น

3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที
หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุดๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ (ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน

4. ใส่ความตั้งใจ
การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิดระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรม เราให้ไปสู่เป้าหมายนั้นทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้นทั้งสองอย่างจึงเป็นเ สมือนสิ่งเดียวกัน

5. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ
ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไป เรื่อยๆ

6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน
สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีนซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ ไปเรื่อยๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์

7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน
ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง

8. เขียนบันทึก Graceful Journal
ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดีๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์

9. ฝึกหายใจลึกๆ
สมองใช้ออกชิเจน 20-25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยืดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่สามารถหายใจเอา ออกซิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20%



แหล่งที่มา : http://creative.nts.ac.th/board/index.php?topic=357.0

10 อาหารพื้นเมืองสุดพิสดาร ( เห็นแล้วกินไม่ลง !! )


ในการเดินทางไปเยือนต่างบ้านต่างเมือง นอกจากการโพสต์ท่าถ่ายรูปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แล้ว การศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของแต่ละชนชาติก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน 

แต่ถ้าใครไม่ค่อยมีเวลา และไม่ชอบอะไรที่ออกแนววิชาการมากเกินไป อีกหนึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการศึกษาวัฒนธรรมที่หลากหลาย ก็คือการลองรับประทานอาหารพื้นเมืองแท้ๆ ของแต่ละท้องถิ่นนั่นเอง 

ต้องบอกก่อนว่า อาหารเหล่านี้อาจแลดูแปลกประหลาด และเป็นเมนูเปิบพิสดารในสายตาคนต่างถิ่น แต่คนในพื้นที่เขาเห็นเป็นเรื่องปกติธรรมดา และสามารถหารับประทานได้ทั่วไป 

มาดูกันว่า...อาหารพื้นเมืองที่นักท่องเที่ยวเห็นแล้วเป็นต้องสะดุ้ง ขนลุก หรือลงความเห็นว่าแปลกประหลาดสุดๆ นั้น มีอะไรบ้าง (คำเตือน: อาจมีภาพและข้อความชวนยี้) 


1. ซุปรังนก - ประเทศจีน 



สำหรับคนเอเชียอย่างเรา การรับประทานรังนกถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา (ถ้ามีตังค์) ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า "รังนกแท้" ถือเป็นอาหารที่หายากและมีราคาแพง ถึงขนาดได้รับฉายาว่าเป็น "คาเวียร์" ของโลกตะวันออกเลยทีเดียว 

สาเหตุที่ฝรั่งหรือคนต่างชาติรู้สึกว่ารังนกเป็นอาหารที่แปลกประหลาดสุดๆ เพราะรังนกแท้ได้มาจากน้ำลายของนกนางแอ่นที่สำรอกออกมาแล้วจับตัวแข็งเป็นรูปร่างคล้ายรังนกนั่นเอง ดังนั้น เมื่อเห็นว่ารังนกเป็นอาหารอันโอชะของหลายประเทศในแถบเอเชีย และมีราคาแพงมากๆ เขาจึงอดแปลกใจไม่ได้ว่าพวกเรากินน้ำลายนกเข้าไปได้ยังไงกัน 


2. ตัวบึ้งทอด - ประเทศกัมพูชา 



อย่าว่าแต่ฝรั่งเลย แม้แต่คนไทยอย่างเราๆ ถ้าได้เห็นตัวประหลาด 8 ขา สีดำ ขนปุย ถูกทอดขายแบบมาทั้งตัว อวัยวะทุกส่วน (แม้แต่เขี้ยว ขา และขน) อยู่ครบ ก็คงรู้สึกแปลกๆ และอดขนลุกไม่ได้เหมือนกัน 

"ตัวบึ้งหรือแมงมุมยักษ์" ที่มีทั้งแบบอบ ย่าง และทอดกระเทียมนี้ ถือเป็นอาหารยอดนิยมของคนกัมพูชา เขาขายกันเป็นล่ำเป็นสันที่ข้างถนนในเมืองสะกุน จ.จำปงจาม จนกลายเป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวจะต้องแวะชมให้เห็นกับตา และถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ส่วนจะซื้อหาและทดลองชิมหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง 


3. ปลาปักเป้า - ประเทศญี่ปุ่น 



"ปลาปักเป้า" หรือ "ฟุกุ" เป็นได้ทั้งอาหารอันโอชะและยาพิษร้ายในขณะเดียวกัน... 

เป็นที่รู้กันว่า "ปลาปักเป้า" ทุกชนิดเป็นปลาที่มีสารพิษ เตโตรโดท็อกซิน (Tetrodotoxin) ซึ่งมีอันตรายร้ายแรงกว่าไซยาไนด์ถึง 1,250 เท่าอยู่ในตัว โดยเฉพาะบริเวณหนัง ไข่ เนื้อ ตับ และลำไส้ ดังนั้น การรับประทานพิษปลาปักเป้าเข้าไปแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจถึงแก่ความตายได้ 

ด้วยเหตุนี้ ประเทศญี่ปุ่นจึงออกกฏหมายให้เฉพาะพ่อครัวที่มีใบอนุญาตเท่านั้น ที่สามารถชำแหละเนื้อปลาปักเป้าเพื่อนำมาทำเป็นอาหารได้ 


4. ไข่บาลุต - ประเทศฟิลิปปินส์ 



เมนูเด็ดของแดนตากาล็อกประจำวันนี้ คือ ไข่บาลุต ซึ่งก็คือไข่ต้มที่มีตัวอ่อนของเป็ด (หรือไก่) อยู่ภายใน สามารถหาทานได้ทั่วไปตามท้องถนน 

ส่วนวิธีรับประทานนั้นก็ไม่ยาก แค่ปอกเปลือกด้านบนออก เหยาะเกลือ น้ำมะนาว พริกไทย และผักชีลงไป (บางคนอาจจะใส่พริกและน้ำส้มสายชู) จากนั้นก็ซดน้ำ (ในไข่) แล้วแกะเปลือกไข่ส่วนที่เหลือออกเพื่อทานไข่แดงและเคี้ยวตัวอ่อนที่กำลังกรุ๊บๆ 


5. คาสุ มาร์ซู - เกาะซาร์ดิเนีย ประเทศอิตาลี 



คาสุ มาร์ซู (Casu Marzu) คือ ชีสนมแกะที่ภายในมีรูพรุน อันอุดมไปด้วย "หนอนแมลงวัน" แม้ปัจจุบัน ทางอียูจะกำหนดให้ชีส "คาสุ มาร์ซู" เป็นอาหารที่ผิดกฏหมายและผิดหลักโภชนาการอย่างแรง แต่แฟนพันธุ์แท้ของชีสชนิดนี้ ก็ยังคงซื้อหามารับประทานได้จากตลาดมืดซึ่งเป็นที่รู้กัน 

หากแปลตรงตัว "คาสุ มาร์ซู" จะหมายถึง "ชีสเน่า" หรือที่ชาวซาร์ดิเนียนเรียกว่า "ชีสหนอน" นั่นเอง เนื่องจากภายในชีสจะมีหนอนตัวขาวใส ความยาวประมาณ 8 ม.ม. ดิ้นดุ๊กดิ๊กอยู่ภายในเป็นจำนวนมาก หนอนเหล่านี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเร่งกระบวนการหมักให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และทำให้ไขมันแตกตัว 

กล่าวกันว่าชีสชนิดนี้มีความอ่อนนุ่มมาก เนื่องจากมีของเหลวแทรกซึมอยู่ในเนื้อชีส แต่จะต้องรีบทานในขณะที่หนอนยังมีชีวิตอยู่ เพราะถ้ารอให้หนอนตายก่อน ชีสก้อนนั้นจะถือว่าเป็นอาหารมีพิษทันที 

และถ้ายังยี้ไม่พอ ขอบอกว่า...ถ้าใครเอามือไปโดนหรือเอาอะไรเขี่ยหนอนที่อยู่ในชีส พวกมันจะกระโดดใส่ทันที (หนอนพวกนี้สามารถดีดตัวได้สูงถึง 15 ซ.ม.) ซึ่งถ้าหากไม่ระวังล่ะก็อาจกระเด็นเข้าตาได้ ด้วยเหตุนี้จึงมีบางคนนำชีสไปล้างก่อนรับประทาน ขณะที่บางคนใช้ถุงพลาสติกปิดคลุมไว้ก่อนเพื่อให้หนอนขาดออกซิเจนและอ่อนแรงก่อนที่จะตายในที่สุด แต่วิธีหลังถือว่าอันตรายเพราะอาจทำให้เกิดอาหารเป็นพิษจนต้องหามส่งโรงพยาบาลได้ 


6. เซอร์สตอร์มมิง - สวีเดน 



หนึ่งในอาหารแปลกที่สุดในโลกจานนี้ สามารถซื้อหามารับประทานได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปในสวีเดน และเจ้าอาหารแปลกที่ว่านี้ก็คือ “เซอร์สตอร์มมิง” หรือ “ปลาเฮอร์ริงเน่า” นั่นเอง 

สำหรับท่านที่ไม่ชอบปลาร้า เวลาได้กลิ่นอาจทำหน้าเหยเกแล้วบ่นว่า "เหม็น" แต่เชื่อหรือไม่ว่าปลาร้า 10 ไหก็ยังชิดซ้ายปลาเน่า “เซอร์สตอร์มมิง” จากสวีเดน เพราะแค่เพียงกระป๋องเดียว ก็อาจทำให้คลื่นเหียนอาเจียนไปทั้งหมู่บ้าน 

ส่วนจะเหม็นแค่ไหนนั้น...ลองนึกภาพดูแล้วกันว่าเวลาจะรับประทาน ต้องนั่งทาน "กลางแจ้ง" ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกเท่านั้น 

“เซอร์สตอร์มมิง” ผลิตจากปลาเฮอร์ริงในทะเลบอลติกที่ถูกจับขึ้นมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปลาเหล่านี้จะถูกหมักอยู่ในถังราว 1-2 เดือน จากนั้นจึงนำมาบรรจุลงกระป๋องเพื่อหมักต่อ และรอให้ปลาเน่าสนิทอีกราว 6 เดือน จนกระป๋องเริ่มบวมเป่ง (เพราะภายในมีแก๊สที่เกิดจากปลาเน่า) เป็นอันใช้ได้ จากนั้นจึงเริ่มนำออกขายตามท้องตลาด 

และเนื่องจากภายในกระป๋องมีแรงดันของแก๊ส จึงมักเกิดเหตุการณ์ “เซอร์สตอร์มมิง” ระเบิด ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณขณะขนส่ง หรือระหว่างที่เก็บเอาไว้ในโกดังบ่อยครั้ง ด้วยเหตุนี้บรรดาสายการบินจึงระบุว่า “เซอร์สตอร์มมิง” เป็นวัตถุอันตราย และห้ามไม่ให้นำขึ้นเครื่องโดยเด็ดขาด 

คนสวีเดนมักรับประทานปลาเน่าชนิดนี้กับขนมปังแผ่นใหญ่ (บางๆ) และมันฝรั่งต้ม ขณะที่บางคนนิยมทานร่วมกับนม เบียร์ หรือน้ำเปล่า เพื่อให้ทานง่ายขึ้น 


7. ปลาหมึกเป็นๆ - เกาหลีใต้ 



สำหรับท่านที่เป็นแฟนซีรีย์เกาหลี คงเคยเห็นอาหารจานนี้ผ่านหูผ่านตากันมาบ้างแล้ว... 

เมนูนี้มีชื่อว่า "Sannakji" (แถวบ้านเราเรียกว่า "ปลาหมึกสด") วิธีทำก็ง่ายๆ แค่นำปลาหมึกเป็นๆ มาหั่น ราดด้วยน้ำมันงาแล้วเสิร์ฟทันที 

ขณะอยู่ในจานหนวดปลาหมึกจะยังคงดิ้นดุ๊กดิ๊ก และดูดติดกับจานหรืออะไรก็ตามที่เข้าไปสัมผัส ดังนั้น เวลารับประทานจึงต้องใช้ความพยายามในการคีบมากเป็นพิเศษ และต้องต่อสู้กับหนวดปลาหมึกเล็กน้อย 

แต่ใช่ว่าคีบได้แล้วเรื่องจะจบ เพราะเวลาที่อยู่ในปากปลาหมึกอาจยังคงดูดติดฟัน เพดานปาก และลิ้นของเรา แถมยังดิ้นดุ๊กดิ๊กไปมาเวลาเวลาเคี้ยว จึงต้องเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืนลงคอ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายและเสียฟอร์มเพราะสำลัก หรือ (หนวด) ปลาหมึกติดคอ 


8. กาแฟ Kopi Luwak - อินโดนีเซีย 


เมื่อไม่นานมานี้ "บีเอสเอ็นนิวส์" เคยนำเสนอเรื่องราวของกาแฟ "Kopi Luwak" ที่ได้ชื่อว่าหายากและมีราคา "แพงที่สุดในโลก" มาแล้วครั้งหนึ่ง 

เมล็ดกาแฟชนิดนี้ ได้มาจากระบบขับถ่าย (อึ) ของตัวชะมดชนิดหนึ่งซึ่งชาวอินโดฯ เรียกว่า Luwak สัตว์ชนิดนี้จะกินผลกาแฟสดเข้าไป แล้วขับถ่ายเมล็ดกาแฟออกมา กล่าวกันว่าเมล็ดกาแฟที่ผ่านกระบวนการนี้จะมีกลิ่นหอมและรสชาติดีเป็นพิเศษ 

กาแฟ "Kopi Luwak" พบได้บนเกาะสุมาตรา ชวา และสุลาเวสี ปัจจุบันเริ่มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยความที่หายากเมล็ดกาแฟชนิดนี้จึงมีราคาขายสูงถึง 100-600 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3,400 - 20,400 บาท) ต่อ 1 ปอนด์ (0.45 กก.) เลยทีเดียว 


9. หัวใจ (สดๆ) นกพัฟฟิน - ไอซ์แลนด์ 



ต้องบอกว่า...เมนูนี้ค่อนข้างโหดร้ายและเป็นอะไรที่คาดไม่ถึงเลยจริงๆ ก็ใครจะไปนึกว่าคนไอซ์แลนด์เขาจะใช้ตาข่ายขนาดใหญ่ดักจับนกพัฟฟินมาหักคอ ถลกหนัง แล้วควักหัวใจออกมาทานกันสดๆ ขณะที่เนื้อมักถูกนำไปรมควัน ย่าง ทอด หรือกลายเป็นเมนูอันโอชะตามภัตตาคารหรูต่างๆ 

แม้ว่าไอซ์แลนด์ จะเป็นหนึ่งในถิ่นอาศัยของฝูงนกพัฟฟินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แต่ผลจากการที่ถูกมนุษย์บุกรุกถิ่นฐาน และไล่ล่าเอาทั้งไข่และเนื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจับนกพัฟฟิน ด้วยวิธี "สกาย ฟิชชิ่ง" หรือใช้ตาข่ายขนาดใหญ่ดักจับนกโชคร้าย ก็ยิ่งทำให้นกดังกล่าวมีปริมาณลดลงอย่างฮวบฮาบ 

เชฟดัง "กอร์ดอน แลมเซ่ย์" โดนวิจารณ์อย่างหนัก หลังสาธิตการกินหัวใจนกพัฟฟินออกรายการทีวี 


10. เหล้าดองงู - เวียดนาม 


เหล้าดองงู มีต้นกำเนิดที่ประเทศเวียดนาม ต่อมาได้แพร่ขยายไปตามภูมิภาคต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทางตอนใต้ของจีน 

ถึงแม้ว่างูที่เห็นบรรจุอยู่ในขวดเหล้าจะเป็นงูพิษ แต่การที่งูถูกแช่เหล้าเป็นเวลานานๆ จะทำให้พิษค่อยๆ เจือจางและถูกทำลายไปในที่สุด จึงสามารถดื่มได้โดยไม่เป็นอันตราย 

กล่าวกันว่า เหล้าดองงูมีสรรพคุณทางยา แต่นักท่องเที่ยวหลายรายต่างเลือกที่จะซื้อไปตั้งโชว์ที่บ้าน มากกว่าซื้อไปโด้ป! 

แหล่งที่มา : www.bsnnews.com/ContentDetail.asp?ContentID=13516

การร้องไห้ ????

         เวลาที่เราร้องไห้ มันจะช่วยเราให้ดีขึ้นได้จริงหรือ หรือเป็นเพียงแค่วิธีการแสดงออกให้คนอื่นได้รับรู้ว่า เรากำลังเสียใจ เพื่อให้คนข้างๆ มาปลอบใจ
        ในปกติเวลาที่เราเสียใจ คนที่มาปลอบมักจะพูดว่า "ร้องไห้ไปเถอะ ร้องซะให้พอ"  ประโยคนี้เป็นเพียงแค่คำปลอบใจ เพราะไม่รู้จะห้ามยังไง หรือการร้องไห้ จะช่วยเราได้??
  
   สงสัย.... คาใจ.... อยากรู้..   ในที่สุด Google ช่วยให้คำตอบเราได้ keywords: Benefits of crying


   เวลาที่คนมีอาการเครียด หรือตื่นกลัว ร่างกายจะผลิตสารเคมีบางชนิดออกมามากกว่าปกติ การร้องไห้นิแหละ จะเป็นตัวช่วยระบายสารเคมีเหล่านั้น ออกมาจากร่างกาย ทำให้ปริมาณสารเคมีลดลง และอาการเครียดและอาการตื่นกลัวก็จะลดน้อยลงไปด้วย แล้วคนก็จะรู้สึกดีขึ้นหลังจากร้องไห้ [ไม่รวมที่ตามบวมนะ ^^ ]

   มีการวิจัยหนึ่งเค้าเปรียบเทียบการร้องไห้ ที่เกิดจาก
   A:  ร้องไห้จากความรู้สึกเศร้า กลัว เสียใจ 
   B:  ร้องไห้เพราะสารระคายเคืองเข้าตา เช่น ปอกหัวหอมหรือ โดนสารเคมี
   จากผลวิจัยพบว่า การร้องไห้จากวิธี A นั้น น้ำตาจะมีสารเคมีเข้มข้นกว่าแบบ B  ซึ่งนั่นก็คือสารเคมีที่ร่างกายพยายามขับออกมานั่นเอง 

  เพราะฉะนั้น เวลาเรากลัว หรือเสียใจ เครียดอะไรก็ตาม ก็ร้องไปเถอะ ^^  อย่างน้อยมันก็ช่วยให้เราปลดปล่อยภาวะความเครียดในร่างกายได้   ...  แต่....แต่.... แต่....ว่า  ที่ร้องไห้เพราะดูหนังนินะ ก็ต้องแอบคิดสักนิดนึงว่า หนังที่เราดูมันทำให้ภาวะในร่างกายเราเกิดความเครียด  จนถึงระดับหนึ่งที่ร่างกายต้องการปลดปล่อยสารพวกนี้ออกมา[มันคือการทรมานตัวเองรึเปล่าหว่า ???]  


แหล่งที่มา : http://buzbear.multiply.com/journal/item/7

ทายนิสัยจากชื่อเล่น

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร A 
คุณเป็นคนที่ไม่ค่อยจะโรแมนติกสักเท่าไหร่ คุณจะแสดงออกทางการกระทำอยู่บ่อยๆ ดูออกจะเป็นนักธุรกิจเสียมากกว่า ประมาณว่าคุณจะต้องได้ในสิ่งที่คุณปรารถนาเสมอ แต่ดูท่าคุณจะไม่ค่อยมีความอดทนในการจีบใครสักเท่าไหร่หรอกนะ(จริงหรือเปล่า เอ่ย ?) คุณเป็นคนที่ค่อนข้างจะเปิดเผยและชอบมองคนที่รูปร่าง มีสัญชาติญาณในการไล่ล่าสิ่งที่ท้าทาย เป็นคนที่ติดอยู่ในความลุ่มหลงงมงาย และชอบผจญภัยมากซะด้วยสิ แต่ก็อย่าไปอวดสรรพคุณเหล่านี้ให้ใครฟังเลยนะ เพราะความต้องการของคุณเป็นสิ่งสำคัญเหนือกว่าสิ่งอื่นใดอยู่แล้ว มิใช่หรือ

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร B 
คุณดูเป็นนักโรแมนติคตัวยงเชียวล่ะ ชอบงานสังสรรค์ คุณดูมีความสุขมากเวลาที่คุณได้รับของขวัญของกำนัลจากคนที่คุณรัก เพราะมันเป็นวิธีการบอกรักแบบประทับใจคุณมากเลย คุณชอบที่จะถูกตามใจและตามใจคนอื่น ชอบที่จะแสดงความรักกันแบบสองต่อสอง คนอื่นไม่เกี่ยว ชอบที่จะหาประสบการณ์อะไรใหม่ๆ ให้กับความรักของคุณ

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร C 
คุณเรียกได้ว่าเป็นนักสังคมเลยนะ ชอบที่จะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้อื่น คุณชอบที่จะได้รับการยอมรับจากสังคมรอบข้าง และตัวคุณเอง จะต้องดูดีเสมอ คุณมองคนรักเหมือนเพื่อน คุณชอบที่จะให้คนอื่นยกยอปอปั้นเทิดทูนคุณ คุณสามารถบังคับความรู้สึกและจิตใจคุณเองได้เป็นอย่างดี เวลาคุณออกสังคม

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร D 
เมื่อคุณรู้สึกว่า คนนี้แหละใช่เลย คุณจะใส่เกียร์เร่งสปีดพุ่งเข้าหาเธออย่างเต็มเหนี่ยว คุณมิอาจห้ามจิตใจของคุณได้ง่ายๆ เพราะคุณเติบโตขึ้นมาอย่างถูกดูแลเอาใจมาโดยตลอด คุณค่อนข้างที่จะจริงจังกับสิ่งที่คุณกำลังทำและบางทีก็ออกจะหวงในสิ่งที่คุณมี แบบชนิดที่ว่า คนอื่นแตะต้องไม่ได้เลยนอกจากคุณคนเดียว

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร E 
ความต้องการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคุณคือ การที่ได้พูด เพราะฉะนั้น คู่ของคุณก็จะต้องเป็นผู้ฟังที่ดี และก็จะต้องฉลาดๆเลยนะ คุณต้องการเพื่อนที่สามารถเป็นคนรักได้ด้วยภายในคนๆเดียวกัน คุณเกลียดความยุ่งวุ่นวายแต่คุณกลับสนุกกับการทะเลาะโต้เถียง.. แปลกจัง!!! คุณชอบที่จะจีบไปทั่ว เพราะคุณคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับคุณ แต่ถ้าคุณให้ใจไปกับใครแล้ว คุณก็จะซื่อสัตย์ต่อรักนั้น แต่ถ้าคุณยังไม่เจอใครที่ใช่เลยแล้วล่ะก็ คุณก็จะมีชีวิตที่มีความสุขได้กับหนังสือดีๆสักเล่ม แค่นี้ก็ทำให้คุณสบายใจแล้ว..

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร F 
คุณเป็นคนช่างเพ้อฝันและโรแมนติกมากเลย ถ้าคุณรักใคร คุณก็จะเทิดทูนเธอจนหมดหัวใจเลย คุณพยายามที่จะค้นหา สิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวคุณ ชอบที่จะเฟิร์ทกับคนอื่นไปทั่ว แต่ถ้ารักใครแล้วก็จะรักจริงๆ โดยภายนอกแล้ว ดูคุณเป็นที่ชอบจะแสดงออก ติดหรู ดูเจ้าชู้ อย่างคุณนี่เรียกได้เลยว่าโรแมนติคมาตั้งแต่กำเนิด (ว้าว...!!!) คุณชอบดูหนังประเภทรักโรแมนติก

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร G 
คุณเป็นคนที่จู้จี้จุกจิก พิถีพิถันกับการค้นหาสิ่งที่ดีๆให้ทั้งตัวคุณเองและคู่รักของคุณ คุณชอบที่จะให้คู่รักของคุณเป็นคนที่ฉลาดทัดเทียมหรือเก่งกว่าคุณเลยก็ได้ เพราะมันจะทำให้คุณรู้สึกว่า คุณได้สิ่งที่ดีๆมาคู่ครอง หน้าที่และการงานของคุณ มาเป็นอันดับ 1 ยิ่งกว่าความรักเลยนะ คุณค่อนข้างขี้อายที่จะแสดงความรักต่อคู่ของคุณ อย่าอายเลยนะแสดงมัน เข้าไปเถอะ ถ้ามันจะทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร H 
คุณจะหาแต่คนรักที่สามารถเสริมสร้างชื่อเสียงของคุณ เรียกง่ายๆว่า ชอบคนดัง ว่างั้นเถอะ ถ้าคุณได้มีข้อตกลง ข้อผูกมัดกับเธอแล้ว คุณก็จะใจดีกับเธอเชียวล่ะ ของขวัญที่คุณให้กับคู่รักของคุณเรียกว่าเป็นเพียงการลงทุนอย่างนึง ตราบใดที่คุณยังไม่ได้มีข้อผูกมัดกับคนๆนั้นของคุณ คุณก็จะเป็นคนที่ค่อนข้างมัถยัสถ์ อีกทั้งใจเย็นอีกต่างหาก

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร I 
คุณมีความต้องการที่จะได้รับความรัก การยกย่อง และเทิดทูน เป็นคนค่อนข้างฟุ่มเฟือย คุณจะค้นหาคู่รักที่สามารถรู้ว่า คุณกำลังทำอะไรอยู่ คุณไม่สนใจพวกสมัครเล่นทั้งหลายหรอก นอกเสียจากเขาจะสอนอะไรคุณได้ คุณนะ จู้จี้น่าดูเลย และชอบทำตามที่ใจตัวเองปรารถนา ชอบที่จะทดลองสิ่งใหม่ๆ ต่าง ๆ

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร J 
พลังงานที่เต็มเปี่ยมในตัวคุณ เป็นสิ่งพิเศษที่คุณมีมาตั้งแต่กำเนิด ชอบอะไรที่ตื่นเต้น คุณสามารถที่จะจินตนาการถึงสิ่งโรแมนติกต่างๆตลอดเวลา หัวใจคุณจะล่องลอยไปไม่มีพัก จนคุณเองจะต้องเป็นฝ่ายที่ดึงมันกลับมาเอง คุณสามารถที่จะรักษาความรักที่มีระยะทางอันไกลห่าง ๆได้เป็นอย่างดี เป็นคนที่ช่างเพ้อฝัน และเชื่อมั่นในความรัก

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร K 
คุณเป็นคนที่ค่อนข้างจะลึกลับ ไม่สุงสิงกับใครและขี้อาย แต่จริงๆแล้วคุณเป็นคนเซ็กซี่มากๆเลยล่ะ แต่คุณไม่ค่อยให้ใครเห็นหรอก คุณเป็นคนฉลาด รู้ทันเกม และจริงจังกับความรัก คุณใจเย็นและมีความอดทนที่จะรอใครสักคนที่ถูกบัญชามาจากเบื้องบนเพื่อเป็นคู่คุณ

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร L 
เมื่อใดที่คุณถูกล้อมรอบด้วยรัศมีแห่งความรักแล้ว คุณก็จะโรแมนติกเอามากๆเลย การที่ได้มีคู่รัก เป็นสิ่งที่สำคัญมากในชีวิตคุณ คุณชอบที่จะแสดงความรักต่อคู่รักของคุณ ต้องการความรัก ความอบอุ่น การเอาใจและการยกย่อง จากคู่รัก ของคุณตลอดเวลา

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร M 
คุณเป็นคนอ่อนไหว เมื่อคุณเริ่มมีความสัมพันธ์กับใครสักคน คุณจะทุ่มเทกับมันมากเลย ไม่มีอะไรสามารถหยุดคุณได้ คุณชอบที่จะลองทุกสิ่งทุกอย่าง และแสดงตัวเป็น พ่อพระ - แม่พระกับคู่ของคุณ

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร N 
โดยภายนอกของคุณดูอ่อนโยน ไม่อวดดี ขี้อาย แต่รูปลักษณ์ภายนอกสามารถหลอกกันได้ คุณก็รู้ใช่ป่ะ คุณมีความอยากได้ ไม่รู้จักพอ ชอบที่จะติ วิจารณ์คู่รักของคุณ และพยายามค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดทั้งในตัวเขาและตัวคุณ รู้มั๊ยว่า ยากมากเลยนะ ที่จะหาคนที่จะตรงตามสเป็กของคุณได้ เพราะคุณออกจะตั้งสเป็กไว้ซะเลิศเลอเพอเฟกซ์ซะ... ด้วยความขี้อายของคุณ จึงทำให้คุณไม่ค่อยกล้าที่จะแสดงความรักออกมาซักเท่าไหร่

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร O 
คุณเป็นคนที่ลึกลับและไม่กล้าที่จะทำตามที่ตัวเองต้องการ คุณพยายามที่จะค้นหาสิ่งต่างๆที่สามารถเสริมอำนาจบารมีคุณได้ คุณมีแนวโน้มที่จะครองโสดอีกนาน คุณต้องการคนที่มีเสน่ห์ และมีเมตตามาเป็นคู่ของคุณ บางทีความลุ่มหลงของคุณ ก็ทำให้คุณดูเป็นคนที่เห็นแก่ตัวเชียวล่ะ แบบว่าของๆข้าใครอย่าแตะ!

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร P 
อย่างคุณเรียกได้ว่า เป็นหนุ่ม - สาวสังคมตัวยงเชียวล่ะ ประมาณที่ว่าไม่ยอมทำอะไรที่ทำให้ตัวเองขายหน้าหรือเสียชื่อเสียงเป็นอันขาด และคุณก็ชอบคนที่มีบุคคลิกลักษณะภายนอกดูดีซะด้วย คู่ของคุณจะต้องเป็นคนฉลาด คุณชอบที่จะเฟิร์ทไปทั่วและชอบที่จะทำตามใจตัวเอง

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร Q 
คุณเปี่ยมไปด้วยพลังงานในร่างกาย พร้อมที่จะทำอะไรๆตื่นเต้นให้ตัวเองตลอดเวลา เป็นคนที่กระตือรือร้นและน่าดึงดูดใจคนนึงเลยนะ รู้ตัวหรือเปล่า คุณชอบความโรแมนติก ชอบหัวใจและดอกไม้ ชอบที่จะพูดคุยกับคนรอบข้าง

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร R 
คุณเป็นคนที่มีสาระ ชอบทำอะไรด้วยตัวเอง ชอบคนที่ตามคุณทัน ฉลาดเท่าทันคุณหรือเหนือกว่า คุณชอบที่จะใช้สมองมากกว่าที่จะลงมือทำเอง รูปลักษณ์ภายนอกเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจมากเลยสำหรับคุณ โดยส่วนตัวคุณเองเป็นคนที่เซ็กซี่ แต่ไม่มีวันที่คุณจะให้คนอื่นเห็นหรอก

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร S 
ถ้ามีเรื่องการงานธุรกิจมาเกี่ยวข้อง คุณจะเครียดมากๆ เลย แต่การงานก็คือ สิ่งบันเทิงใจสำหรับคุณ คุณเป็นคนที่มีจินตนาการในความรักมากมาย แต่คุณก็ควบคุมตัวเองได้เสมอ คุณค่อนข้างจะรอบคอบมากก่อนที่คุณจะรักใครสักคน แต่ถ้าคุณรักใคร แล้ว คุณก็จะติดเขาหนึบยิ่งกว่ากาวตราช้างเชียวล่ะ

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร T 
คุณเป็นคนอ่อนไหวและเก็บตัว ชอบคู่รักที่เป็นผู้นำ ชอบฟังเพลง จุดเทียนและนั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศ ช่างจินตนาการ และตกหลุมรัก ใครๆได้ง่าย เวลาที่คุณมีความรัก คุณจะเป็นคนที่สุดแสนจะโรแมนติก เพ้อฝันและเปลี่ยนตัวคุณเองอย่างสิ้นเชิง แต่คุณก็ยังมีความเชื่อมั่นในตัวคุณและความรู้สึกของคุณเอง คุณสามารถที่จะทำให้ความฝันของคุณเป็นจริงได้ทุกอย่าง มันอยู่ในหัวของคุณหมดแล้วหนิ

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร U 
คุณมีความกระตือรือร้นและเพ้อฝันมาก เวลาคุณตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก แต่เวลาที่คุณไม่ได้รักใคร คุณก็จะพยายามที่จะค้นหาใครก็ตามที่ให้คุณอ้อนได้ คุณเห็นความโรแมนติกเป็นสิ่งที่น่าท้าทาย ชอบที่จะผจญภัย ความตื่นเต้นและอิสระ คุณชอบที่จะให้ของขวัญคนอื่น ชอบที่จะเห็นคนที่คุณรักดูดี มีความสุข คุณจะยอมให้คนที่คุณรักมีความสุข ถึงแม้ว่า คุณจะต้องทนทุกข์ก็ตาม แบบเพื่อเธอ...อะไรทำนองเนี้ย..

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร V 
คุณเป็นคนสันโดษ ชอบอิสระ และความตื่นเต้น คุณจะรอให้รู้จักเขาดีก่อนที่คุณจะยอมผูกมัดตัวเอง คุณอยากจะรู้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ในหัวของเขา รู้มั๊ยว่า คุณน่ะ ดึงดูดพวกที่ประหลาดๆนะ บ่อยครั้งที่อายุของคุณกับคู่รักจะห่างกัน ความสนุกสนาน อะไรก็ตามจะทำให้คุณสนุกไปด้วย ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้มีส่วนร่วมกับมันก็ตามเถอะ

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร W 
คุณเป็นคนที่ภาคภูมิใจในความเป็นตัวของคุณเอง มีอีโก้สูง ไม่ยอมให้ใครมาชักนำความรักของคุณ นอกจากตัวคุณเอง คุณโรแมนติกและช่างเพ้อฝัน บ่อยครั้งที่คุณจะตกหลุมรัก โดยไม่สนใจว่าเขา หรือ เธอเป็นใครมาจากไหน คุณจะจริงจังกับความสัมพันธ์มาก ไม่มีอะไรและสิ่งใดเลิศเลอไปกว่าคู่รักของคุณอีกแล้ว จงสนุกสนานกับเกมรักของคุณต่อไปเถอะ

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร X 
คุณชอบสิ่งที่กระตุ้นเร้าอารมณ์คุณอยู่บ่อยๆ เพราะคุณเป็นคนที่ขี้เบื่อง่าย คุณสามารถที่จะจับปลายหลายมือและหลายตัวได้ในเวลาเดียวกัน และทำได้ดีซะด้วยสิ คุณไม่ชอบที่จะปิดกั้นตัวเอง และชอบที่จะเป็นผู้นำ

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร Y 
นิสัยที่รักอิสระ เป็นบุคคลิกที่โดดเด่นของคุณ ถ้าคุณทำอะไรไม่ได้ด้วยวิธีของคุณเองแล้วล่ะก็ คุณก็จะไม่สนใจมันอีกเลย คุณชอบที่จะเป็นผู้นำในความสัมพันธ์ของคุณ แต่มันก็ออกมาไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่อยู่บ่อยๆ ไม่ใช่หรือ?? คุณชอบที่จะเรียนรู้ สำรวจสิ่งต่างๆ ถ้าคุณมีโอกาสที่จะหาเงิน คุณก็จะยอมละทิ้งความสุขส่วนตัวของคุณไปเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าก่อน คุณต้องพิสูจน์ตัวคุณเองให้คนรักของคุณได้เห็น แต่ก็ยังดีนะที่คุณยังชอบฟังความคิดเห็นจากคนรอบข้าง

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร Z 
คุณเป็นคนที่โรแมนติกมากๆ ช่างเพ้อฝัน และบางครั้งคุณก็เชื่อว่า ความรักคือความเจ็บปวด คุณคิดว่า ตัวคุณเองเป็นคนที่เกิดมาเพื่อบูชาความรัก เป็นคนที่จริงใจ มีความทะเยอทะยาน คุณห้ามตัวเองที่จะตกหลุมรักใครสักคนไม่ได้ จินตนาการของคุณนั้น บ่อยครั้งที่มาจากภาพยนตร์หรือนิตยสารที่คุณดู คุณไม่มีวันที่จะเปิดเผยความลับของตัวเองให้คนอื่นรู้โดยเด็ดขาด



แหล่งที่มา : http://thai-physiognomy.blogspot.com/2008/02/blog-post_06.html

ทายนิสัยจากวันเกิด

วันอาทิตย์
* นิสัยของคนเกิดวันอาทิตย์
คนเกิดวันอาทิตย์มักมีวาสนาดี จึงมักมีดวงชะตาที่ดี มีบุญมีวาสนา ดีดวงส่วนใหญ่แล้วจะมียศมีศักดิ์ ฐานะดี มี ทรัพย์มีบริวารมาก แต่เป็นคนทำคุณใครไม่ขึ้นอย่างดีก็เสมอตัว แต่ทำดีแล้วเป็นบุญ เพราะคนเกิดวันอาทิตย์ ดวงชะตาตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ มักมีคนเกื้อกูลส่งเสริมเสมอ
อุปนิสัย
เป็นคนใจกว้าง มีน้ำใจไมตรีกับเพื่อฝูงเสมอ ใจนักเลง กล้าได้กล้าเสีย มีเงินมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อย ยามตกต่ำ ก็ไม่หวั่นไหว มีความทะเยอทะยานสูง มีความเป็นผู้นำ เชื่อมั่นในตัวเองสูง รักอิสระ มีอุดมการณ์ มีคุณธรรม
ประจำใจ ปัญญาดี อ่อนไหว ใจร้อน รักศักดิ์ศรี รักเกียติมาก
เกิดตอนเช้า ต้องดิ้นรนอยู่เสมอ ต้องสู้ด้วยความอดทน และ ทำงานจึงจะก้าวได้อย่างมีเกียติ
เกิดตอนกลางคืน มักเป็นคนสุภาพดี หาญกล้า เชื่อมั่นในตัวเอง ตัดสินใจเร็ว ปราดเปรียว มีคุณธรรม แต่บางคน ใช้เงินเก่งมีเท่าใดหมด ใจเด็ดเดี่ยว
เพิ่มเติม คนเกิดวันอาทิตย์นั้นต้องผิวดำแดงจึงจะเหมาะสม แต่ถ้าผิวขาว หรือขาวเหลือ ต้องหน้าผาก กว้างจึงจะถือว่าเป็นมงคลดี

วันจันทร์
* นิสัยของคนเกิดวันจันทร์
คนเกิดวันจันทร์ คนเกิดปีนี้มีเสน่ห์ เป็นศรีแก่ตัวเอง ยามที่ตกทุกข์ มักจะมีคนมาช่วยเหลืออยู่เสมอวาสนาดี
นิสัยคนเกิดวันจันทร์ มีความอ่อนหวานอ่อนโยน พูดจาโน้มน้าวให้คนประทับใจได้ดี อารมณ์แปรปรวนง่าย แม้อ่อนโยน แต่โมโหร้าย แต่ก็หายได้เร็ว รสนิยมดีทั้งด้านการแต่ง กายและ ด้านอื่น ๆ เป็นคนเจ้าระเบียบ แต่รู้จักคิด มีความรอบคอบ สุขุม และ มีความประนีประนอมนุ่มนวลไม่ก้าวร้าว เป็นคนใฝ่ความรู้ มีปัญญาดี ในฝักใฝ่การบุญสุนทาน รักครอบครัว มุ่งมั่นอดทน ช่างคิดฝัน หวั่นไหวง่ายแต่ก็เข้มแข็ง สุขภาพไม่ค่อยดี มักเจ็บป่วย จนวันกลางคนล่วงไป แล้วอาการป่วยจะดีขึ้น โรคภัยต่างๆจะหาย และเบาบางลง
แต่คนเกิดวันจันทร์ชะตาชีวิตมีอยู่ 2 กรณี
* 1. เกิดข้างขึ้น ดวงชะตาจะยิ่งรุ่งโรจน์สดใส วาสนาดีมาก
* 2. เกิดข้างแรม จะอาภัพคู่ วาสนาน้อยกว่าข้างขึ้น
เพิ่มเติม คนเกิดวันจันทร์ ต้องระวังเกี่ยวกับความคิด หรือการคิดมาก ควรผ่อนคลายความตึงเครียดกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆเสียบ้าง และอย่างเก็บเอาเรื่องเล็กๆน้อยมาคิด

วันอังคาร
* นิสัยคนกิดวันอังคาร
ดวงชะตามักโลดโผน และ มักมีประสบการณ์มาก ในชีวิต มักจะมีเกียรติยศ
อุปนิสัย
จิตใจกล้าแกร่ง ไม่หวาดเกรงใคร เป็น นักต่อสู้ ใจนักรบ โมโหร้าย ใจร้อนวู่วามไม่ยอมคน ชอบมีเรื่องขัดแย้ง ใฝ่การเรียนรู้นอกตำรา มานะบากบั่น ชอบเสี่ยง อดทนดี ดื้อดึง เชื่อแต่ความคิดตนเองเป็นใหญ่ ดุดัน ตัดสินใจ เร็ว
เป็นคนตรง ขวานผ่า ซาก จริตมายา ไม่เป็น ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ไม่ชอบอยู่นิ่งเฉย ขยันบากบั่น แต่ชอบงานสบาย
หากคนเกิดวันอังคารเป็นผู้ชายจะมีวาสนาดีกว่าผู้หญิงวันอังคาร และถ้าชายหรือหญิงที่เกิดวันอังคารนั้น เกิดใน เดือนเมษายน หรือเดือนพฤศจิกายน จะมีความคิดสร้างสรรค์โดดเด่นมาก แต่สุขภาพ ไม่ค่อยดีนัก และจะมี
ความอดทนมากกว่าคนวันอังคารในเดือนอื่นๆ
เพิ่มเติม คนเกิดวันอังคาร มักจะถือเอาความคิดของตนเป็นใหญ่ และเชื่อมั่นในตัวเองเสมอ
แต่มักจะเป็นข้อเสียที่จะทำให้เกิดการทำอะไรก็ตามผิดพลาดได้ คนเกิดวันอังคารถึงแม้จะเชื่อหรือฟังคนอื่น พูดบอก สอนอย่างไรก็ตาม แต่พอกลับไปแล้วก็จะเอาความคิดของตนเป็นใหญ่ฝ่ายเดียว ดังนั้นต้องแก้การเอาความคิดของเราเป็นใหญ่เพียงฝ่ายเดียว แล้วมาสนใจกับคำสอน หรือทางชี้แนะของคนอื่น

วันพุธกลางวัน
* นิสัยคนเกิดวันพุธกลางวัน
มีดวงชะตาสดใส เจริญก้าวหน้าได้เพราะมีปัญญาดีไม่ค่อยตก ระกำลำบากนักเพราะเอาตัวรอดได้ดีเสมอ
อุปนิสัย
เป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี ชอบการติดต่อเจร! จา มีศิลปะ ในการพูดที่ผู้คนยอมรับ เหมาะ ที่จะทำการค้าขาย หร ือ ธุรกิจต่าง ๆ
มากกว่ารับราชการ มีสติปัญญาดี มีความฉลาดเฉลียว แต่ความจำไม่ ค่อยดี ชอบลืม เป็นคนปรับตัว เก่ง รักธรรมชาติ ไม่อวดเก่ง เป็นคนนอบน้อมดี รู้จักกาลเทศะ ชอบการศึกษาหาความรู้ อ่านใจคนเก่ง มีฝีมือเชิงประดิษฐ์ เป็นคนเจ้าชู้ หลายใจ
เก็บเงินไม่อยู่ ถ้าเก็บอยู่ มักมีเรื่องให้ใช้จ่ายหมดไป ความคิดไม่อยู่นิ่ง เปลี่ยนตามอารมณ์ เป็นคนขี้เบื่อง่าย ทนได้ไม่นาน
ส่วนถ้าคนวันพุธ เกิดเดือนมิถุนายน จะเป็นคนพูดหวาน คารมดีมาก เป็นพิเศษ แต่ถ้าเกิดเดือนกันยายน จะไมค่อยรอบคอบนัก แต่ก็มีปัญญาดี ไหวพริบดี แต่ถ้าเกิดในวันพุธที่มีดาวไม่ดีมาทำให้เสียดวงก็ จะเป็นคนพูดจา
มีมายามีเล่ห์เหลี่ยม ไม่จริง ใจ ชอบการโกหก เพื่อประโยชน์ของตัวเอง
เพิ่มเติม คนเกิดวันพุธกลางวันอุปสรรคจะน้อยกว่าคนเกิดวันพุธกลางคืน และต้องปรับปรุงความเจ้าชู้ของตน
เพราะความเจ้าชู้นั้นส่งผลให้เกิดการไม่สมหวังในความรักได้ ส่วนเรื่องโชคชะตาอยู่ในเกณฑ์ดีครับ

วันพุธกลางคืน
* นิสัยคนเกิดวันพุธกลางคืน
คนเกิดวันพุธกลางคืนมักมีชะตาอาภัพ แม้มีบุญวาสนาดี เจริญก้าวหน้าได้ดีเพียงใดก็มักพบอุปสรรคปัญหาบ่อย ๆ มี เคราะห์ร้ายบ่อย ๆ วิธีแก้ หมั่นทำบุญปล่อยนก ปล่อยปลา เป็นประจำ
อุปนิสัย
มีจิตใจห้าวหาญ ก้าวร้าว กล้าสู้กล้าเสี่ยง ใจนักเลง ถ้าไม่ฝักใฝ่ทางธรรม ยึดถือคุณธรรม ก็จะไปในทางอบายมุข อย่างหมกมุ่น เป็นคนชอบความสงบ ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร สติปัญญาดีเลิศ แต่เป็นคนที่งมงาย ยากที่จะเปลี่ยน ความคิดได้เอง แต่เชื่อคนคอยยุยง หรือพร่ำชี้แนะ ไม่ค่อยใฝ่หาความรู้ เก็บเงินไมได้นาน เป็นคนอวดรู้ คิดเล็กคิดน้อย
คิดการณ์ไม่ยาวไกล มักเห็นแก่ประโยชน์ ส่วนตน ไม่ซื่อตรง นักหากเกิดวันพุธกลางคืนในเดือนกุมภาพันธ์ จะมีฐานะดี มีคนสนับสนุน ส่งเสริมเสมอ แต่เป็นคนที่เจ้าชู้มาก มีความรูดี แต่ชอบเอาเปรียบคนอื่น
เพิ่มเติม ดวงแข็งโชคลาภดีต่เป็นคนที่ขี้หึงหวงคนรักมากและทำให้ผิดหวังเรื่องความรักได้หลายครั้งต้องระวังตรงนี้เป็นอย่างมาก เป็นคนเจ้าชู้ และชอบความสบาย แต่อย่างไรก็ดี ถ้าสร้างกรรมดี และความดีไว้มาก จากทางลบก็จะกลายเป็นส่งผลเป็นกรรมดีในทางบวกได้กลับกันครับ

วันพฤหัสบดี
* นิสัยคนเกิดวันพฤหัสบดี
คนเกิดวันพฤหัสบดีนี้เป็นคนมีบุญ มีดวงชะตาดี มีเกียรติ มีคนเคารพนับถือมาก แต่มักมีปัญหาเรื่องคู่ครอง หรือ ไม่ก็อาภัพคู่
อุปนิสัย
เป็นคนชอบการศึกษาเล่าเรียน ชอบธรรมะ เป็นคนเจ้าระเบียบ เป็นคนเข้มงวด มีจิตใจเอื้ออาทรต่อคนรอบข้าง รักสงบ ชอบความมั่นคง ยึกถือความถูกต้อง เที่ยงธรรม เด็ดเดี่ยว แต่กลัวการเปลี่ยนแปลง มีสัมผัสพิเศษ หรือ ญาณ
หยั่งรู้ล่วงหน้า ชอบเรื่องเร้นลับ เป็นคนเปิดเผย ไม่มีลับลมคมใน พูดจริงทำจริง แต่เป็น คนขี้ใจน้อย ยึด มั่นในขนบธรรมเนียม ประเพณี โกรธแล้วใจร้ายใจแข็ง ช่างคิดช่างระแวง แต่ทำอะไรรอบคอบ
คนเกิดวันพฤหัสบดีถ้าเกิดตรงกับ เดือน ปี เสียแล้วก็จะมีนิสัย เป็นคนที่ดีแต่ภายนอก จะไม่ค่อยมีวินัยในตนเอง ถ้าเกิดวัน พฤหัสบดี ใน เดือน ธันวาคม และมกราคม เป็นคนใจร้อน แต่จะมี ความรู้ความสามารถ ในด้านวิชาการสูง ถ้า เกิดเดือนมีนาคม จะเชี่ยวชาญทาง ศาสตร์ลึกลับ จะได้ดีในทาง ศาสนา และเป็นคนใจเย็นทำอะไรรอบคอบอยู่เสมอ
เพิ่มเติม คนเกิดวันพฤหัสบดีมีอยู่ 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือดี และไม่ดี เพราะถ้าตรงกับเดือน ปีเกิดดี ช่วยส่งเสริมกันก็จะเป็นคนที่ดี แต่กรณีที่ไปตรงกับเดือน ปี ที่ไม่ต้องโฉลกกันก็จะเป็นคนที่ไม่ดีไปได้ครับ
แต่เท่าที่เจอมายังมีน้อยกว่าคนที่ ตรงกับเดือน ปีเกิดที่ดี

วันศุกร์
* นิสัยคนเกิดวันศุกร์
คนเกิดวันศุกร์เป็นเทพแห่งความรัก คนเกิดวันศุกร์มักมีดวงชะตาดี ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ หรือ ลำบากได้ไม่นาน เพราะกรรมดี บุญเก่าหนุนนำ จึงเกิดมาชาตินี้ต้องหมั่นทำบุญให้มากแล้วบุญกรรมจะดีขึ้นกว่าเดิม
อุปนิสัย เป็นคนรักสวยรักงาม อารมณ์สุนทรีย์ มีไมตรีมีน้ำใจให้ทุกคน รักเรียน เก่งด้านศิลปะแขนงใดแขนงหนึ่ง มีความนอบ! น้อม อ่อนโยนต่อผู้อื่น เป็นคนเจ้าชู้ฝักใฝ่โลกีย์ ชอบการบันเทิงเริงใจ ขยันในการทำงาน ซื่อตรง ไม่เคยคดโกงเอาเปรียบ ใคร รู้จักอดออม แต่ตัวรสนิยมสูง ชอบความสงบ เยือกเย็นสุขุม กตัญญูรู้บาปรู้บุญ มีความอดทน รู้จักประมาณตน ไม่โลภ
จิตใจอารี แต่มักขี้บ่น และเป็นคนคิดมาระวังเรื่องความคิด กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ให้ผ่อนคลายลงบ้าง แล้วจะดี
เพิ่มเติม คนเกิดวันนี้ต้องระวังอย่างยิ่งเกี่ยวกับความคิด ความรัก และการยึดติด ตัวพวกนี้ละจะเป็นตัวที่ทำลายความสุขของคุณเองได้อย่างมาก
ผมได้ให้คำปรึกษากับคนเกิดวันนี้มาหลายคนแล้วพอว่าส่วนใหญ่มักจะเป็นคนที่คิดมาก
กับเรื่องเล็กน้อย หรือชอบเอาเรื่องเก่าๆ มาคิดแล้วคิดอีก
ผมคงได้ชี้แนะว่าถ้าคนเกิดวันศุกร์สามารถหยุดกับความคิดเรื่องเล็กน้อยได้แล้วละ ก็ความสุข และความสงบก็จะเกิดขึ้นมากครับ เพราะหลายคนเอาวิธีนี้ไปใช้แล้วได้ผลดีผมก็ขอแนะนำให้ทุกคนรู้ครับ
1. ต้องระวังเรื่องความคิด การยึดติดเรื่องวัตถุ ถ้าถามว่าจะระวังอย่างไรคงตอบได้ว่า ความหยุดอยู่ถึงความพอดี มีแล้วหยุดเพิ่ม ใช้ที่มีให้หมดก่อนแล้วค่อยเพิ่มหาใหม่
2. การนอน มักคิดมากก่อนนอน เราต้องตั่งจิตว่า ถึงเวลานอนแล้วนอน ตื่นแล้วค่อยคิดต่อ พยายามท่องให้ได้บทนี้สำคัญมาก จะเป็นการฝึกไปในตัวของคุณเอง ถ้าทำเป็นประจำแล้ว คราวนี้คุณจะเป็นคนที่นอนหลับง่ายอย่างแน่นอน วิธีนี้สามารถใช้ได้กับคนนอนไม่หลับหรือคนที่คิดมาก

วันเสาร์
* นิสัยของคนเกิดวันเสาร์
คนเกิดวันเสาร์มักมีดวงชะตาแข็ง แม้ช่วงใดดวงเสียต้องตกยากหรือพบอุปสรรคที่หนักหนา กลับสามารถยืนหยัดต่อสู้
และผ่านไปได้ด้วยดี แม้แต่ใครคิดร้ายก็ต้องพ่ายแพ้ไปในที่สุด
อุปนิสัย
มีลักษณะความเป็นผู้นำ หนักแน่น รักเกียรติ ถือศักดิ์ศรี ของตน และไม่เคยคิดเอาเหรียบใคร และเป็นคนตรงไปตรงมา มีความขยัน อดทน ทำงานเก่ง ! และเป็นคนเสียสละ จิตใจเด็ดเดี่ยวยากแปรเปลี่ยน โกรธยาก แต่ถ้าได้ โกรธ จะโกรธนาน เป็นคนไม่ค่อยไว้วางใจใครง่ายๆ มีความรู้ดี ชอบความมั่นคง ไม่ช่างพูด การจะทำอะไรก็ตามมักจะคิดก่อนตัดสินใจทุกครั้ง ถือเหตุผลเป็นหลักสำคัญ เจ้าชู้ แต่ไม่แสดงออก นิสัยเข้มงวด ไม่เหลวไหล ไม่ชอบแค้นเคืองใคร ใฝ่รู้ มีความรับผิดชอบ
เพิ่มเติม คนเกิดวันนี้แล้วส่วนใหญ่มักจะได้รับราชการ และได้ทำอาชีพที่มั่นคง และลักษณะเด่นเป็นคนดวงแข็งมาก ในจำนวนปีเกิดทั้ง 7 วัน ข้อเสียของคนเกิดวันนี้จะเสียตรงที่คำพูดคือ พูดแล้วคิดที่หลัง ทำให้หลายคนที่คุยด้วย ไม่เข้าใจในตัวเขา แล้วอาจไม่พอใจ แต่อย่างไรก็ดีคนเกิดวันนี้ก็เป็นคนมีน้ำใจดีคนหนึ่งและน่าคบทีเดียว 

แหล่งที่มา : http://antzzer.exteen.com/20070511/entry